หน้านี้เรียงทั้ง 3 บทตามลำดับสวดจริงในหน้าเดียว ไม่ต้องเปิดหลายแท็บ
ชุดสวดการเงิน
3 บทสวดใหญ่ก่อนนอน เสริมการเงินโชคลาภ
หลายคนแนะนำให้สวด 3 บทใหญ่ต่อเนื่องกันทุกคืน คือ ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร คาถาชินบัญชร และพาหุงมหากา เพื่อเป็นกำลังใจเรื่องการเงินและโชคลาภ หน้านี้จัดครบทั้ง 3 บทเรียงตามลำดับสวดจริง เปิดหน้าเดียวสวดได้จนจบ พร้อมบทเปิดและบทปิดท้ายที่ควรมี
หา
คำค้นที่หน้านี้ตอบ
คำตอบเร็วสำหรับคนที่เข้าจาก Google
สรุปให้รู้ทันทีว่าหน้านี้ช่วยเรื่องอะไร แล้วค่อยเลือกอ่านบทเต็ม กดฟังเสียง หรือนับรอบต่อได้
ชุด 3 บทใหญ่ที่หลายคนนิยมสวดก่อนนอนเรื่องการเงิน พร้อมบทเปิดและบทปิด
เปิดในแอพเพื่อสวดตามทีละบท พร้อมโหมดกลางคืนและตัวอักษรใหญ่
ครบชุดราว 40-50 นาที หรือเลือกสวดบางบทตามเวลาที่มี
ถูก
อ่านให้มั่นใจก่อนสวด
ตรวจคำ ลำดับชัด และมีทางไปต่อ
หน้านี้ตั้งใจลดความกังวลของคนที่กลัวสวดผิดหรือไม่รู้ว่าควรต่อบทไหน
จัดวรรคให้อ่านง่าย และเปิดให้แจ้งแก้ไขได้หากพบคำคลาดเคลื่อน
ดูหัวข้อ “วิธีสวดแบบง่าย” เพื่อเริ่มจากบทเปิด ไปบทหลัก และปิดท้ายให้ครบ
ถ้าบทนี้ไม่มีตัวนับ ให้ใช้ลำดับด้านล่างเป็นแนวทางและสวดตามกำลัง
กลับไปชุดคาถาเรียกทรัพย์ หรือใช้ปุ่มแผ่เมตตาและสมาธิด้านล่าง
วิธีสวดแบบง่าย
- ตั้งนะโม 3 จบก่อนเริ่ม
- สวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นบทแรก ค่อย ๆ อ่านทีละวรรค ไม่ต้องเร่ง
- ต่อด้วยคาถาชินบัญชร และพาหุงมหากา (พาหุง 8 บท ต่อด้วยมหาการุณิโก)
- ปิดท้ายด้วยแผ่เมตตาและกรวดน้ำอุทิศส่วนบุญ
- ถ้าคืนไหนเวลาน้อย เลือกสวดบทเดียวหรือสองบทก่อนได้ แล้วค่อยครบชุดในคืนถัดไป
ใช้
ปุ่มใช้งานจริง
สวดต่อ นับรอบ หรือนั่งสมาธิได้ทันที
ลิงก์เหล่านี้เขียนให้เข้าใจชัดว่ากดแล้วไปทำอะไร ไม่ใช่ปุ่มลอย ๆ ที่ผู้ใช้ต้องเดาเอง
อ่าน
อ่านง่ายสำหรับมือถือและผู้สูงอายุ
ปรับตัวใหญ่ ฟังเสียง หรือพิมพ์เก็บไว้ได้
ใช้เมื่ออ่านบนมือถือแล้วเมื่อยตา หรืออยากส่งให้ผู้ใหญ่เปิดอ่านแบบชัด ๆ
ต่อ
ลิงก์ที่ควรกดต่อ
เลือกเส้นทางสวดที่ตรงกับวันนี้
ลิงก์เหล่านี้ช่วยให้เลือกต่อได้ง่าย ว่าควรสวดบทไหน นับรอบอย่างไร หรือไปชุดที่เหมาะกับความตั้งใจวันนี้
ทำไมหน้านี้มีประโยชน์
- รวม 3 บทใหญ่ไว้หน้าเดียว เรียงตามลำดับสวดจริง พร้อมบทเปิดและบทปิดท้าย
- มีคำอ่านไทยจัดวรรคอ่านง่ายทุกบท และเปิดสวดต่อในแอพพร้อมโหมดกลางคืนได้
- เขียนขอบเขตความเชื่อชัดเจน ใช้เป็นกำลังใจคู่กับการลงมือทำ ไม่ขายฝัน
ของ
ของใช้ที่เข้ากับหน้านี้
เลือกเฉพาะสิ่งที่ช่วยให้สวดง่ายขึ้น
คำแนะนำนี้ตั้งใจให้พอดีกับการใช้งานจริง ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่าง และควรตรวจรายละเอียดจากร้านค้าก่อนเสมอ
สมุดบันทึกภาวนา
ใช้จดรอบสวด ความรู้สึกหลังนั่งสมาธิ หรือสิ่งที่อยากขอบคุณในแต่ละวัน
เบาะนั่งสมาธิ
ช่วยให้สะโพกและหลังสบายขึ้น เหมาะกับคนที่ฟังสวดแล้วต่อด้วยสมาธิ 5-10 นาที
โคมไฟอ่านบทสวด
แสงนุ่มช่วยอ่านบทสวดกลางคืนหรืออ่านหนังสือธรรมะโดยไม่จ้าจนเกินไป
ลำโพง/หูฟังสำหรับฟังเสียงสวด
เหมาะกับการเปิดเสียงสวดก่อนนอนหรือฟังช่วงอิติปิโส พาหุง ชินบัญชรโดยไม่รบกวนคนในบ้าน
ภาพเป็นภาพประกอบหมวดสินค้า ลิงก์เป็น affiliate เว็บอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยไม่เพิ่มราคาสินค้า
01
พื้นฐาน
นะโม 3 จบ
บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าที่คนไทยใช้ขึ้นต้นแทบทุกบทสวด
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
กล่าวซ้ำเพื่อรวมใจให้ตั้งมั่น
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
กล่าวครบสามจบก่อนเข้าสู่บทต่อไป
02
ยอดนิยม
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
ปฐมเทศนาว่าด้วยทางสายกลางและอริยสัจ 4 บทใหญ่ที่หลายคนนิยมสวดต่อเนื่องกับชินบัญชรและพาหุงมหากา
เอวัมเม สุตัง ฯ เอกัง สะมะยัง ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเย ฯ ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ ฯ
ข้าพเจ้า (พระอานนท์) ได้สดับมาว่า พระผู้มีพระภาคประทับที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี และตรัสเตือนภิกษุปัญจวัคคีย์
ทะเวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค หีโน คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต ฯ
ที่สุดสองอย่างที่บรรพชิตไม่ควรเสพ คือการหมกมุ่นในกามสุข และการทรมานตนให้ลำบาก
เอเต เต ภิกขะเว อุโภ อันเต อะนุปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
ทางสายกลางที่ไม่เข้าใกล้ที่สุดสองอย่างนั้น ตถาคตตรัสรู้แล้ว เป็นไปเพื่อความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และนิพพาน
กะตะมา จะ สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
ก็ทางสายกลางนั้นเป็นไฉน
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ เสยยะถีทัง ฯ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสะติ สัมมาสะมาธิ ฯ
คืออริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ เห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ
อะยัง โข สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
นี้แลคือทางสายกลางที่ตถาคตตรัสรู้แล้ว
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง ฯ ชาติปิ ทุกขา ชะราปิ ทุกขา มะระณัมปิ ทุกขัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ฯ
ทุกขอริยสัจ: ความเกิด แก่ ตาย ความโศก ความพลัดพราก และการไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา ล้วนเป็นทุกข์ โดยย่อ อุปาทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ฯ ยายัง ตัณหา โปโนพภะวิกา นันทิราคะสะหะคะตา ตัตระ ตัตราภินันทินี ฯ เสยยะถีทัง ฯ กามะตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา ฯ
เหตุให้เกิดทุกข์คือตัณหา ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง ฯ โย ตัสสาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ จาโค ปะฏินิสสัคโค มุตติ อะนาละโย ฯ
ความดับทุกข์ คือความดับตัณหาโดยไม่เหลือ ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่อาลัย
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ฯ อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ เสยยะถีทัง ฯ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสะติ สัมมาสะมาธิ ฯ
ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คืออริยมรรคมีองค์ 8
อิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง เกิดขึ้นแก่เราว่า นี้คือทุกขอริยสัจ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญเญยยันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทุกข์นั้นควรกำหนดรู้
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญญาตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทุกข์นั้นเรากำหนดรู้แล้ว
อิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหาตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
เหตุแห่งทุกข์นั้นควรละ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหีนันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
เหตุแห่งทุกข์นั้นเราละได้แล้ว
อิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
นี้คือความดับทุกข์
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกาตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ความดับทุกข์นั้นควรทำให้แจ้ง
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกะตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ความดับทุกข์นั้นเราทำให้แจ้งแล้ว
อิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
นี้คือทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ภาเวตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทางปฏิบัตินั้นควรเจริญ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ภาวิตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทางปฏิบัตินั้นเราเจริญแล้ว
ยาวะกีวัญจะ เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวันติปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง นะ สุวิสุทธัง อะโหสิ ฯ เนวะ ตาวาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ ปัจจัญญาสิง ฯ
ตราบใดที่ญาณทัสสนะในอริยสัจ 4 อันมีรอบ 3 อาการ 12 ยังไม่บริสุทธิ์ เราก็ยังไม่ปฏิญาณว่าตรัสรู้
ยะโต จะ โข เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวันติปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง สุวิสุทธัง อะโหสิ ฯ อะถาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ ปัจจัญญาสิง ฯ
เมื่อญาณทัสสนะนั้นบริสุทธิ์แล้ว เราจึงปฏิญาณว่าตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม
ญาณัญจะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อุทะปาทิ อะกุปปา เม วิมุตติ อะยะมันติมา ชาติ นัตถิทานิ ปุนัพภะโวติ ฯ
ญาณทัสสนะเกิดขึ้นแก่เราว่า วิมุตติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ไม่มีภพใหม่อีก
อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ อัตตะมะนา ปัญจะวัคคิยา ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุง ฯ อิมัสมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภัญญะมาเน อายัสมะโต โกณฑัญญัสสะ วิระชัง วีตะมะลัง ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ ฯ
เมื่อจบพระธรรมเทศนา ธรรมจักษุอันปราศจากธุลีเกิดแก่พระโกณฑัญญะว่า สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา
ปะวัตติเต จะ ภะคะวะตา ธัมมะจักเก ภุมมา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปะฏิวัตติยัง สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมินติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงหมุนธรรมจักรแล้ว เหล่าภุมมเทวดาก็ประกาศว่า ธรรมจักรอันยอดเยี่ยมนี้ ใคร ๆ ในโลกให้หมุนกลับไม่ได้
ภุมมานัง เทวานัง สัททัง สุตวา จาตุมมะหาราชิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ จาตุมมะหาราชิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตาวะติงสา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ ตาวะติงสานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ยามา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ ยามานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตุสิตา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
เสียงประกาศนั้นดังต่อกันไปตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ถึงดุสิต
ตุสิตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา นิมมานะระตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ นิมมานะระตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา พรัหมะกายิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปะฏิวัตติยัง สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมินติ ฯ
จนถึงชั้นนิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี และเหล่าพรหม ต่างประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยมทั่วกัน
อิติหะ เตนะ ขะเณนะ เตนะ มุหุตเตนะ ยาวะ พรัหมะโลกา สัทโท อัพภุคคัจฉิ ฯ อะยัญจะ ทะสะสะหัสสี โลกะธาตุ สังกัมปิ สัมปะกัมปิ สัมปะเวธิ ฯ อัปปะมาโณ จะ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุระโหสิ อะติกกัมเมวะ เทวานัง เทวานุภาวัง ฯ
ขณะนั้นเสียงดังไปถึงพรหมโลก หมื่นโลกธาตุหวั่นไหว และแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นในโลก
อะถะโข ภะคะวา อุทานัง อุทาเนสิ อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญติ ฯ อิติหิทัง อายัสมะโต โกณฑัญญัสสะ อัญญาโกณฑัญโญ เตววะ นามัง อะโหสีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งอุทานว่า โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ ท่านจึงได้นามว่า อัญญาโกณฑัญญะ
03
ยอดนิยม
คาถาชินบัญชร
พระคาถายอดนิยมของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต
ก่อนสวดควรตั้งนะโม 3 จบ
รวมใจก่อนเริ่มพระคาถาชินบัญชร
ชะยาสะนากะตา พุทธา เชตวา มารัง สะวาหะนัง จะตุสัจจาสะภัง ระสัง เย ปิวิงสุ นะราสะภา
ระลึกถึงพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ผู้ทรงชนะมารและทรงเสวยรสแห่งอริยสัจ
ตัณหังกะราทะโย พุทธา อัฏฐะวีสะติ นายะกา สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง มัตถะเก เต มุนิสสะรา
อาราธนาพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ให้สถิตเหนือเศียร
สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง อุเร สัพพะคุณากะโร
อาราธนาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ให้สถิตคุ้มครองกายใจ
หะทะเย เม อะนุรุทโธ สารีปุตโต จะ ทักขิเณ โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัสมิง โมคคัลลาโน จะ วามะเก
อาราธนาพระสาวกผู้ใหญ่ให้สถิตตามส่วนต่าง ๆ ของกาย
ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง อาสุง อานันทะ ราหุโล กัสสะโป จะ มะหานาโม อุภาสุง วามะโสตะเก
ระลึกถึงพระอานนท์ พระราหุล พระกัสสปะ และพระมหานามะ
เกสันเต ปิฏฐิภาคัสมิง สุริโย วะ ปะภังกะโร นิสินโน สิริสัมปันโน โสภิโต มุนิปุงคะโว
อาราธนาพระโสภิตเถระ ผู้เปรียบดังแสงสว่าง
กุมาระกัสสโป เถโร มะเหสี จิตตะ วาทะโก โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง ปะติฏฐาสิคุณากะโร
อาราธนาพระกุมารกัสสปะให้สถิตที่วาจา เพื่อเกื้อกูลคำพูดที่ดี
ปุณโณ อังคุลิมาโร จะ อุปาลี นันทะ สีวะลี เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา นะลาเต ติละกา มะมะ
ระลึกถึงพระเถระ 5 รูป ให้เป็นสิริมงคลดุจเครื่องหมายที่หน้าผาก
เสสาสีติ มะหาเถรา วิชิตา ชินะสาวะกา เอเตสีติ มะหาเถรา ชิตะวันโต ชิโนระสา ชะลันตา สีละเตเชนะ อังคะมังเคสุ สัณฐิตา
อาราธนาพระมหาเถระทั้งหลายให้สถิตทั่วสรรพางค์ด้วยเดชแห่งศีล
ระตะนัง ปุระโต อาสิ ทักขิเณ เมตตะ สุตตะกัง ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ วาเม อังคุลิมาละกัง
อาราธนาพระปริตรสำคัญให้คุ้มครองด้านหน้า ด้านขวา ด้านหลัง และด้านซ้าย
ขันธะโมระปะริตตัญจะ อาฏานาฏิยะ สุตตะกัง อากาเส ฉะทะนัง อาสิ เสสา ปาการะสัณฐิตา
อาราธนาพระปริตรให้เป็นเครื่องกางกั้นและกำแพงคุ้มครอง
ชินา นานาวะระสังยุตตา สัตตัปปาการะ ลังกะตา วาตะปิตตาทะสัญชาตา พาหิรัช ฌัตตุปัททะวา
อาราธนาพระชินเจ้าพร้อมเครื่องคุ้มครอง ให้ปัดเป่าอุปัทวะทั้งภายในและภายนอก
อะเสสา วินะยัง ยันตุ อะนันตะชินะ เตชะสา วะสะโต เม สะกิจเจนะ สะทา สัมพุทธะปัญชะเร
ขออันตรายทั้งปวงดับไปด้วยเดชแห่งพระชินเจ้า
ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ วิหะรันตัง มะฮี ตะเล สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ เต มะหาปุริสาสะภา
ขอพระมหาบุรุษทั้งหลายคุ้มครองผู้ประพฤติอยู่ในพระบัญชร
อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข ชินานุภาเวนะ ชิตุปัททะโว ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโฆ สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะ ปัญชะเรติ
สรุปอานุภาพแห่งพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ขอให้ดำเนินชีวิตอยู่ในพระชินบัญชรอย่างมีสติ
04
ยอดนิยม
พุทธชัยมงคลคาถา (พาหุง)
บทชัยมงคลคาถา นิยมสวดก่อนต่อด้วยบทชัยปริตร (มหาการุณิโก)
พาหุง สะหัสสะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆระสะเสนะมารัง ทานาทิธัมมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือพญามารด้วยทานบารมีและธรรม
มาราติเรกะมะภิยุชฌิตะสัพพะรัตติง โฆรัมปะนาฬะวะกะมักขะมะถัทธะยักขัง ขันตีสุทันตะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนืออาฬวกยักษ์ด้วยขันติธรรม
นาฬาคิริง คะชะวะรัง อะติมัตตะภูตัง ทาวัคคิจักกะมะสะนีวะ สุทารุณันตัง เมตตัมพุเสกะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือนาฬาคิรีช้างตกมันด้วยเมตตา
อุกขิตตะขัคคะมะติหัตถะสุทารุณันตัง ธาวันติโยชะนะปะถังคุลิมาละวันตัง อิทธีภิสังขะตะมะโน ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือองคุลิมาลด้วยอิทธิวิธีและพระกรุณา
กัตวานะ กัฏฐะมุทะรัง อิวะ คัพภินียา จิญจายะ ทุฏฐะวะจะนัง ชะนะกายะมัชเฌ สันเตนะ โสมะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือคำกล่าวร้ายของนางจิญจา ด้วยความสงบเย็น
สัจจัง วิหายะ มะติสัจจะกะวาทะเกตุง วาทาภิโรปิตะมะนัง อะติอันธะภูตัง ปัญญาปะทีปะชะลิโต ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือนักโต้แย้งผู้เห็นผิดด้วยแสงแห่งปัญญา
นันโทปะนันทะภุชะคัง วิพุธัง มะหิทธิง ปุตเตนะ เถระภุชะเคนะ ทะมาปะยันโต อิทธูปะเทสะวิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือนันโทปนันทนาคราชด้วยอิทธิวิธีของพระเถระ
ทุคคาหะทิฏฐิภุชะเคนะ สุทัฏฐะหัตถัง พรหมัง วิสุทธิชุติมิทธิพะกาภิธานัง ญาณาคะเทนะ วิธินา ชิตะวา มุนินโท ตันเตชะสา ภะวะตุ เต ชะยะมังคะลานิ
ชัยชนะเหนือพกาพรหมผู้มีทิฏฐิผิดด้วยโอสถคือญาณ
เอตาปิ พุทธะชะยะมังคะละอัฏฐะคาถา โย วาจะโน ทินะทิเน สะระเต มะตันที หิตวานะเนกะวิวิธานิ จุปัททะวานิ โมกขัง สุขัง อะธิคะเมยยะ นะโร สะปัญโญ
ผู้ระลึกถึงคาถาชัยมงคลนี้เป็นประจำ ย่อมละอุปัทวะและน้อมไปสู่ความสุข
05
ยอดนิยม
บทชัยปริตร (มหาการุณิโก)
นิยมสวดต่อจากบทชัยมงคลคาถา (พาหุง) ในชุดพาหุงมหากา
มะหาการุณิโก นาโถ หิตายะ สัพพะปาณินัง
พระศาสดาผู้ทรงพระมหากรุณาเพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งหลาย
ปูเรตวา ปาระมี สัพพา ปัตโต สัมโพธิมุตตะมัง
ทรงบำเพ็ญบารมีครบถ้วนจนถึงพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โหตุ เต ชะยะมังคะลัง
ด้วยการกล่าวสัจจะนี้ ขอชัยมงคลจงมีแก่ท่าน
ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัฑฒะโน
ระลึกถึงชัยชนะของพระพุทธเจ้า ณ โคนโพธิ์
เอวัง ตวัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล
ขอให้มีชัยอันเป็นมงคล
อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร
ระลึกถึงอาสนะอันไม่พ่ายแพ้
อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ
ระลึกถึงความเป็นเลิศแห่งชัยมงคล
สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหฏฐิตัง
ระลึกถึงฤกษ์ดี มงคลดี และการเริ่มต้นที่ดี
สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฏฐัง พรหมะ จาริสุ
ระลึกถึงขณะดีและความดีที่บำเพ็ญไว้
ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง
กายกรรมและวจีกรรมที่เป็นมงคล
ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา
มโนกรรมและความตั้งใจที่เป็นมงคล
ปะทักขิณานิ กัตวานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ
เมื่อทำสิ่งเป็นมงคล ย่อมได้รับผลอันเป็นมงคล
06
ก่อนนอน
แผ่เมตตาให้สรรพสัตว์
สั้น อ่อนโยน เหมาะกับการจบวัน
สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายจงเป็นผู้ไม่มีเวรต่อกัน
สัพเพ สัตตา อัพยาปัชฌา โหนตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายจงไม่เบียดเบียนกัน
สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายจงไม่มีความทุกข์กายทุกข์ใจ
สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ
ขอสัตว์ทั้งหลายจงรักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัยทั้งปวง
07
ก่อนนอน
กรวดน้ำแบบสั้น
อุทิศส่วนกุศลแบบสั้น ใช้ง่ายหลังสวดมนต์หรือทำบุญ
อิทัง เม ญาตีนัง โหตุ
ขอส่วนบุญนี้จงสำเร็จแก่ญาติทั้งหลายของข้าพเจ้า
สุขิตา โหนตุ ญาตะโย
ขอญาติทั้งหลายจงมีความสุข
ขออุทิศบุญกุศลนี้แก่ผู้มีพระคุณและสรรพสัตว์ทั้งหลาย
ตั้งใจแบ่งปันความดีด้วยใจสงบ
ข้อควรจำ
- ทั้ง 3 บทรวมกันใช้เวลาราว 40-50 นาที เหมาะกับคืนที่ตั้งใจจริง ๆ
- การสวดเป็นกำลังใจและการฝึกสติ ควรใช้คู่กับการวางแผนการเงินและการลงมือทำ
- ถ้าสวดยาวไม่ไหว เริ่มจากพาหุงมหากาซึ่งสั้นที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มบทอื่น
ความน่าเชื่อถือของเนื้อหา
Thaipray ตั้งใจทำให้บทสวดอ่านง่ายและใช้ได้จริงบนมือถือ หากพบคำอ่านคลาดเคลื่อนสามารถแจ้งแก้ไขได้ เนื้อหาสายขอพรใช้เพื่อการตั้งเจตนาและกำลังใจ ไม่ใช่คำรับประกันผลลัพธ์
คำถามที่พบบ่อย
ต้องสวดครบทั้ง 3 บททุกคืนไหม
ไม่บังคับ สวดตามกำลังและเวลา ถ้าเวลาน้อยเลือกบทเดียวก่อนได้ ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความยาว
สวดแล้วรวยจริงไหม
บทสวดเป็นกำลังใจและการฝึกสติ ไม่ใช่การรับประกันผล ควรใช้คู่กับการวางแผนและลงมือทำเรื่องการเงินจริง
เรียงลำดับอย่างไร
ตั้งนะโม 3 จบ แล้วสวดธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ชินบัญชร พาหุงมหากา ปิดท้ายด้วยแผ่เมตตาและกรวดน้ำ
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรยาวไหม
เป็นบทที่ยาวที่สุดในชุด ใช้เวลาราว 20-25 นาที แนะนำอ่านทีละวรรคไม่ต้องเร่ง