นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
ปฐมเทศนา
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตรเป็นปฐมเทศนาที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ภิกษุปัญจวัคคีย์ เนื้อหาครบตั้งแต่ที่สุดสองทาง ทางสายกลาง อริยมรรคมีองค์ 8 อริยสัจ 4 ญาณ 3 รอบ 12 อาการ จนถึงพระโกณฑัญญะเกิดธรรมจักษุ หน้านี้เป็นฉบับเต็มและจัดบรรทัดให้สวดตามบนมือถือได้ง่ายขึ้น
เนื้อหาครบทั้งพระสูตร
ฉบับเต็มมีทั้งท่อนเปิดเรื่องที่สุดสองทาง ทางสายกลาง อริยมรรคมีองค์ 8 อริยสัจ 4 ญาณ 3 รอบ 12 อาการ การประกาศธรรมจักรของเหล่าเทวดา และตอนจบที่พระโกณฑัญญะเกิดธรรมจักษุ
ฉบับคัดย่อของ ThaiPray เลือกเฉพาะสี่ท่อนที่ประกาศอริยสัจ 4 เพื่อใช้ในวันที่มีเวลาน้อย จึงไม่ควรเข้าใจว่าเป็นพระสูตรมาตรฐานอีกฉบับหนึ่ง
01
พื้นฐาน
บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าที่คนไทยใช้ขึ้นต้นแทบทุกบทสวด
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาค ผู้ไกลจากกิเลส ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
กล่าวซ้ำเพื่อรวมใจให้ตั้งมั่น
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ
กล่าวครบสามจบก่อนเข้าสู่บทต่อไป
02
ยอดนิยม
บทเต็มของปฐมเทศนา ว่าด้วยทางสายกลาง อริยมรรคมีองค์ 8 และอริยสัจ 4 ใช้เวลาประมาณ 25 นาที
เอวัมเม สุตัง ฯ
เอกัง สะมะยัง ภะคะวา พาราณะสิยัง วิหะระติ อิสิปะตะเน มิคะทาเย ฯ
ตัตระ โข ภะคะวา ปัญจะวัคคิเย ภิกขู อามันเตสิ ฯ
ข้าพเจ้า (พระอานนท์) ได้สดับมาว่า พระผู้มีพระภาคประทับที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้เมืองพาราณสี และตรัสเตือนภิกษุปัญจวัคคีย์
เทวเม ภิกขะเว อันตา ปัพพะชิเตนะ นะ เสวิตัพพา โย จายัง กาเมสุ กามะสุขัลลิกานุโยโค หีโน
คัมโม โปถุชชะนิโก อะนะริโย อะนัตถะสัญหิโต โย จายัง อัตตะกิละมะถานุโยโค ทุกโข อะนะริโย
อะนัตถะสัญหิโต ฯ
ที่สุดสองอย่างที่บรรพชิตไม่ควรเสพ คือการหมกมุ่นในกามสุข และการทรมานตนให้ลำบาก
เอเต เต ภิกขะเว อุโภ อันเต อะนุปะคัมมะ มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา
จักขุกะระณี ญาณะกะระณี อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
ทางสายกลางที่ไม่เข้าใกล้ที่สุดสองอย่างนั้น ตถาคตตรัสรู้แล้ว เป็นไปเพื่อความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ และนิพพาน
กะตะมา จะ สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี
อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
ก็ทางสายกลางนั้นเป็นไฉน
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ
เสยยะถีทัง ฯ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสะติ
สัมมาสะมาธิ ฯ
คืออริยมรรคมีองค์ 8 ได้แก่ เห็นชอบ ดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ เลี้ยงชีพชอบ เพียรชอบ ระลึกชอบ ตั้งจิตมั่นชอบ
อะยัง โข สา ภิกขะเว มัชฌิมา ปะฏิปะทา ตะถาคะเตนะ อะภิสัมพุทธา จักขุกะระณี ญาณะกะระณี
อุปะสะมายะ อะภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ สังวัตตะติ ฯ
นี้แลคือทางสายกลางที่ตถาคตตรัสรู้แล้ว
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขัง อะริยะสัจจัง ฯ
ชาติปิ ทุกขา ชะราปิ ทุกขา มะระณัมปิ ทุกขัง โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาปิ ทุกขา
อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ปิเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง
สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทุกขา ฯ
ทุกขอริยสัจ: ความเกิด แก่ ตาย ความโศก ความพลัดพราก และการไม่ได้สิ่งที่ปรารถนา ล้วนเป็นทุกข์ โดยย่อ อุปาทานขันธ์ 5 เป็นทุกข์
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ฯ
ยายัง ตัณหา โปโนพภะวิกา นันทิราคะสะหะคะตา ตัตระ ตัตราภินันทินี ฯ
เสยยะถีทัง ฯ
กามะตัณหา ภะวะตัณหา วิภะวะตัณหา ฯ
เหตุให้เกิดทุกข์คือตัณหา ได้แก่ กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง ฯ
โย ตัสสาเยวะ ตัณหายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ จาโค ปะฏินิสสัคโค มุตติ อะนาละโย ฯ
ความดับทุกข์ คือความดับตัณหาโดยไม่เหลือ ความสละ ความวาง ความปล่อย ความไม่อาลัย
อิทัง โข ปะนะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ฯ
อะยะเมวะ อะริโย อัฏฐังคิโก มัคโค ฯ
เสยยะถีทัง ฯ
สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปโป สัมมาวาจา สัมมากัมมันโต สัมมาอาชีโว สัมมาวายาโม สัมมาสะติ
สัมมาสะมาธิ ฯ
ทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ คืออริยมรรคมีองค์ 8
อิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง
อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
จักษุ ญาณ ปัญญา วิชชา แสงสว่าง เกิดขึ้นแก่เราว่า นี้คือทุกขอริยสัจ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญเญยยันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทุกข์นั้นควรกำหนดรู้
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขัง อะริยะสัจจัง ปะริญญาตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทุกข์นั้นเรากำหนดรู้แล้ว
อิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง
อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
นี้คือเหตุให้เกิดทุกข์
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหาตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ
ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
เหตุแห่งทุกข์นั้นควรละ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะสะมุทะโย อะริยะสัจจัง ปะหีนันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ
ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
เหตุแห่งทุกข์นั้นเราละได้แล้ว
อิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ
ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
นี้คือความดับทุกข์
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกาตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ
ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ความดับทุกข์นั้นควรทำให้แจ้ง
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรโธ อะริยะสัจจัง สัจฉิกะตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ
ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ความดับทุกข์นั้นเราทำให้แจ้งแล้ว
อิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ
จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
นี้คือทางปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ภาเวตัพพันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ
อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ
อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทางปฏิบัตินั้นควรเจริญ
ตัง โข ปะนิทัง ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง ภาวิตันติ เม ภิกขะเว ปุพเพ
อะนะนุสสุเตสุ ธัมเมสุ จักขุง อุทะปาทิ ญาณัง อุทะปาทิ ปัญญา อุทะปาทิ วิชชา อุทะปาทิ
อาโลโก อุทะปาทิ ฯ
ทางปฏิบัตินั้นเราเจริญแล้ว
ยาวะกีวัญจะ เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวันติ ปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง
ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง นะ สุวิสุทธัง อะโหสิ ฯ
เนวะ ตาวาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ
สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ ปัจจัญญาสิง ฯ
ตราบใดที่ญาณทัสสนะในอริยสัจ 4 อันมีรอบ 3 อาการ 12 ยังไม่บริสุทธิ์ เราก็ยังไม่ปฏิญาณว่าตรัสรู้
ยะโต จะ โข เม ภิกขะเว อิเมสุ จะตูสุ อะริยะสัจเจสุ เอวันติ ปะริวัฏฏัง ทวาทะสาการัง
ยะถาภูตัง ญาณะทัสสะนัง สุวิสุทธัง อะโหสิ ฯ
อะถาหัง ภิกขะเว สะเทวะเก โลเก สะมาระเก สะพรัหมะเก สัสสะมะณะพราหมะณิยา ปะชายะ
สะเทวะมะนุสสายะ อะนุตตะรัง สัมมาสัมโพธิง อะภิสัมพุทโธ ปัจจัญญาสิง ฯ
เมื่อญาณทัสสนะนั้นบริสุทธิ์แล้ว เราจึงปฏิญาณว่าตรัสรู้สัมมาสัมโพธิญาณอันยอดเยี่ยม
ญาณัญจะ ปะนะ เม ทัสสะนัง อุทะปาทิ อะกุปปา เม วิมุตติ อะยะมันติมา ชาติ นัตถิทานิ
ปุนัพภะโวติ ฯ
ญาณทัสสนะเกิดขึ้นแก่เราว่า วิมุตติของเราไม่กำเริบ ชาตินี้เป็นชาติสุดท้าย ไม่มีภพใหม่อีก
อิทะมะโวจะ ภะคะวา ฯ
อัตตะมะนา ปัญจะวัคคิยา ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง อะภินันทุง ฯ
อิมัสมิญจะ ปะนะ เวยยากะระณัสมิง ภัญญะมาเน อายัสมะโต โกณฑัญญัสสะ วิระชัง วีตะมะลัง
ธัมมะจักขุง อุทะปาทิ ยังกิญจิ สะมุทะยะธัมมัง สัพพันตัง นิโรธะธัมมันติ ฯ
เมื่อจบพระธรรมเทศนา ธรรมจักษุอันปราศจากธุลีเกิดแก่พระโกณฑัญญะว่า สิ่งใดเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดา
ปะวัตติเต จะ ภะคะวะตา ธัมมะจักเก ภุมมา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง
อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง อัปปะฏิวัตติยัง สะมะเณนะ วา
พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมุนา วา เกนะจิ วา โลกัสมินติ ฯ
เมื่อพระผู้มีพระภาคทรงหมุนธรรมจักรแล้ว เหล่าภุมมเทวดาก็ประกาศว่า ธรรมจักรอันยอดเยี่ยมนี้ ใคร ๆ ในโลกให้หมุนกลับไม่ได้
ภุมมานัง เทวานัง สัททัง สุตวา จาตุมมะหาราชิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
จาตุมมะหาราชิกานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตาวะติงสา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
ตาวะติงสานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ยามา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
ยามานัง เทวานัง สัททัง สุตวา ตุสิตา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
เสียงประกาศนั้นดังต่อกันไปตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา ถึงดุสิต
ตุสิตานัง เทวานัง สัททัง สุตวา นิมมานะระตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
นิมมานะระตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา ปะระนิมมิตะวะสะวัตตี เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง ฯ
ปะระนิมมิตะวะสะวัตตีนัง เทวานัง สัททัง สุตวา พรัหมะกายิกา เทวา สัททะมะนุสสาเวสุง
เอตัมภะคะวะตา พาราณะสิยัง อิสิปะตะเน มิคะทาเย อะนุตตะรัง ธัมมะจักกัง ปะวัตติตัง
อัปปะฏิวัตติยัง สะมะเณนะ วา พราหมะเณนะ วา เทเวนะ วา มาเรนะ วา พรัหมุนา วา เกนะจิ วา
โลกัสมินติ ฯ
จนถึงชั้นนิมมานรดี ปรนิมมิตวสวัตดี และเหล่าพรหม ต่างประกาศธรรมจักรอันยอดเยี่ยมทั่วกัน
อิติหะ เตนะ ขะเณนะ เตนะ มุหุตเตนะ ยาวะ พรัหมะโลกา สัทโท อัพภุคคัจฉิ ฯ
อะยัญจะ ทะสะสะหัสสี โลกะธาตุ สังกัมปิ สัมปะกัมปิ สัมปะเวธิ ฯ
อัปปะมาโณ จะ โอฬาโร โอภาโส โลเก ปาตุระโหสิ อะติกกัมเมวะ เทวานัง เทวานุภาวัง ฯ
ขณะนั้นเสียงดังไปถึงพรหมโลก หมื่นโลกธาตุหวั่นไหว และแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นในโลก
อะถะโข ภะคะวา อุทานัง อุทาเนสิ อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญ อัญญาสิ วะตะ โภ โกณฑัญโญติ ฯ
อิติหิทัง อายัสมะโต โกณฑัญญัสสะ อัญญาโกณฑัญโญ เตววะ นามัง อะโหสีติ ฯ
พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งอุทานว่า โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ ท่านจึงได้นามว่า อัญญาโกณฑัญญะ
อ้างอิง: คู่มือสวดมนต์แปล สถาบันวิปัสสนาธุระ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
เครื่องมือช่วยอ่าน
อ่านแล้วเมื่อยตา ปรับตัวอักษรได้เลย หรือพิมพ์ตัวใหญ่ไว้ให้ผู้ใหญ่ที่บ้าน
ทางลัด
เลือกสิ่งที่อยากทำต่อจากหน้านี้ได้เลย
ของใช้ที่เข้ากับหน้านี้
ไม่จำเป็นต้องซื้อทุกอย่าง เลือกเท่าที่ช่วยให้สวดสะดวกขึ้น และตรวจรายละเอียดจากร้านค้าก่อนเสมอ
ใช้จดรอบสวด ความรู้สึกหลังนั่งสมาธิ หรือสิ่งที่อยากขอบคุณในแต่ละวัน
แสงนุ่มช่วยอ่านบทสวดกลางคืนหรืออ่านหนังสือธรรมะโดยไม่จ้าจนเกินไป
ภาพเป็นภาพประกอบหมวดสินค้า ลิงก์เป็น affiliate เว็บอาจได้รับค่าคอมมิชชั่นโดยไม่เพิ่มราคาสินค้า
Thaipray ตั้งใจทำให้บทสวดอ่านง่ายและใช้ได้จริงบนมือถือ หากพบคำอ่านคลาดเคลื่อนสามารถแจ้งแก้ไขได้ เนื้อหาสายขอพรใช้เพื่อการตั้งเจตนาและกำลังใจ ไม่ใช่คำรับประกันผลลัพธ์
กล่าวถึงทางสายกลาง อริยมรรคมีองค์ 8 และอริยสัจ 4 ซึ่งเป็นแกนสำคัญของพระพุทธศาสนา
ไม่จำเป็น เลือกตามเวลาและกำลังของตนได้ หากใช้ฉบับคัดย่อควรทราบว่าเป็นการคัดบางท่อนจากบทเต็ม
เมื่อสวดจบสามารถนั่งสมาธิ แล้วต่อด้วยแผ่เมตตาให้ตนเองและสรรพสัตว์